"อ๊อด ซุปเปอร์เซลล์" ตอน เป็นต่อ
posted on 28 Jan 2010 09:22 by hystericblueผมได้รับโทรศัพท์ตามตัวตั้งแต่เช้าให้เข้าไปที่บริษัท โยโย่ แมชชินเนอรี่ ซึ่งเป็นบริษัทขายเครื่อจักรทางด้านอุตสาหกรรมเพื่อให้ไปปิดโปรเจคใหญ่โปรเจคหนึ่ง ผมเป็นเซลล์ฟรีแลนซ์ ซึ่งมีความสามารถในด้านการขายสูงมาก หากบริษัทไหนมีโปรเจคที่ปิดได้ยาก ล้วนแล้วแต่ต้องเรียกตัวผมไปปิดแทบทั้งนั้น ผม “อ๊อดซุปเปอร์เซลล์” ยินดีรับใช้ทุกงานที่เกี่ยวข้องกับด้านอุตสาหกรรม
หลังจากที่ได้คุยกับเจ้าของบริษัทอยู่นาน ก็พอจะรู้รายละเอียดคร่าวๆของโปรเจคนี้ เจ้าของมีโปรเจคขายเครื่องจักรตัวหนึ่งให้กับลูกค้า ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะได้ออเดอร์อยู่แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ เจ้าของบริษัทจึงต้องการให้ผมเข้ามาปิดการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าโปรเจคนี้จะไม่หลุดไป นับว่าเขาคิดถูกแล้ว หึหึ งานนี้ช่างแสนง่าย ฟันค่าคอมมิชชั่นได้บานเบอะแน่นอน หลังจากที่ตกลงเรื่องค่าคอมมิชชั่นที่ผมจะได้เรียบร้อยแล้ว ผมก็ขอนำข้อมูลทั้หมดที่เกี่ยวข้องกับโปรเจคนี้กลับไปดูที่บ้าน ขากลับบ้านผมแอบแวะไปดูรถที่โชว์รูมเผื่องวดนี้จะได้เปลี่ยนรถกับเขาซะที คิดแล้วมีความสุขใจเสียจริง
เช้าวันรุ่งขึ้นผมเริ่มงานทันที ผมเข้าไปพบลูกค้าที่โรงงานตั้งแต่เช้า กฎประจำตัวในการเป็นเซลล์ของผมข้อหนึ่งที่คุณต้องจำไว้เลยก็คือ ไปพบลูกค้าตั้งแต่เช้า เพราะลูกค้าเพิ่งเข้างานได้ไม่นาน ยังไม่อยากทำงาน อยากจะหาเรื่องอู้ การที่เราไปพบเขาเพื่อพูดคุยลูกค้าย่อมรู้สึกยินดี เพราะจะได้ช่วยให้เขาอู้งานไปได้บ้าง ผมจอดรถหน้าโรงงาน เตรียมเอกสารทุกอย่างไว้ในกระเป๋า เดินไปที่โรงงานอย่างมั่นใจ วันนี้คงเป็นวันที่ดีวันหนึ่งแน่ๆ
สองชั่วโมงที่ผมต้องยืนอยู่หน้าโรงงานทำตาปริบๆ โรงงานเปิดแปดโมง ผมดันมาตั้งแต่หกโมงเช้า ก็แหม คนมันจะได้ตังเยอะมันก็ต้องขยันเป็นธรรมดา ผมไหว้สวัสดีลูกค้าอย่างสวยงาม หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยรายละเอียดของตัวเครื่องกัน กฎอีกข้อในการเป็นเซลล์ที่คุณต้องจำไว้อีกข้อก็คือ อย่าไปทำให้ลูกค้าคิดว่าเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ต้องทำให้ลูกค้าทึ่งตั้งแต่ครั้งแรก โชคดีที่ผมอยู่ในวงการนี้มานาน ผมจึงสาธยายข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องออกไปให้ลูกค้าฟัง หึหึ ลูกค้าถึงกับอ้าปากค้าง แล้วก็ชื่นชมในความสามารถของผมว่า ข้อมูลที่ผมพูดมันอยู่ในแคตาล๊อกสินค้า ขอบคุณมากที่บอกเขาอีกรอบ
สุดท้ายผมก็มาทราบจนได้ว่า ลูกค้าอยากได้เครื่องของผม เพราะว่าบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นเขาใช้ยี่ห้อนี้อยู่ แต่ลูกค้าต้องการให้ลดราคาลงอีก เพราะราคาของคู่แข่งถูกกว่าของผม ผมเริ่มเห็นแววของชัยชนะอยู่เบื้องหน้าแล้ว ที่ผ่านมาผมได้รับแต่งานที่สถานการณ์เป็นรอง ครั้งนี้สนถานการณ์เป็นต่อหลายขุม ผมยิ่งรู้สึกว่ามันง่ายเสียจริงๆ ผมไหว้ลาลูกค้าพร้อมทั้งปฏิเสธคำชักชวนให้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน ลูกค้ายังชมผมอีกด้วยว่า ไม่เคยคุยกับเซลล์คนไหนนานเท่าผมมาก่อน ก็แน่ล่ะ สมัยนี้หาเซลล์เก่งๆอย่างผมง่ายซะที่ไหน
เช้าวันรุ่งขึ้นผมเข้าไปที่บริษัทอีกครั้ง พร้อมทั้งสรุปถึงกลยุทธ์ที่บริษัทควรจะต้องดำเนินการ ผมยื่นคำขาดว่าไม่จำเป็นต้องลดราคา เพราะยังไงลูกค้าต้องการเครื่องของเราอยู่แล้ว เพียงแต่ลูกค้าทำฟอร์มไปอย่างนั้นเอง กฎการเป็นเซลล์ของผมอีกข้อหนึงคือ ต้องทำให้ผู้ว่าจ้างเราทึ่งในความสามารถของเรา ผมสวมบทขงเบ้งผู้คาดการณ์สถานการในสนามรบได้อย่างแม่นยำ ผมบอกเจ้าของบริษัทว่า สัปดาห์หน้าตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ ลูกค้าจะโทรมาขอให้ลดราคา ก็ให้บอกไปว่าลดไม่ได้แล้วจริงๆ วันพฤหัสแผนกจัดซื้อจะโทรมาต่อราคาด้วยตัวเอง นั่นแสดงว่าเขาเอาของเราแน่แล้ว เพียงแต่อยากทำทุกอย่างให้เราลดราคาให้ได้ ให้บอกไปเหมือนเดิม พร้อมทั้งทำราคาเข้าไปใหม่ เป็นราคาที่แพงกว่าเดิมอีก 10% เพื่อเร่งให้เขาเปิดออเดอร์มา แล้ววันศุกร์ลูกค้าก็จะรีบเปิดออเดอร์มาอย่างแน่นอน ท่าทีของเจ้าของบริษัทเหมือนไม่อยากจะเชื่อในคำพูดของผม แต่เดี๋ยวเขาก็จะรู้
สัปดาห์ถัดมาตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ ผมได้รับโทรศัพท์เข้ามาชื่นชมตลอดว่า ลูกค้าโทรมาจริงๆตามที่ผมได้พูดไว้ เรื่อยมาจนถึงวันพฤหัส แผนกจัดซื้อก็โทรมาจริงๆ ทุกคนที่บริษัทต่างทึ่งในความสามารถของผม บ้างก็ว่าจ้างผมมาประจำที่บริษัทเถอะ บ้างก็ว่าเอาโปรเจคอื่นที่เหลือให้ผมปิดเลยดีกว่า แต่ผมไม่ได้สนใจตรงนั้นหรอก เพราะพรุ่งนี้น่าจะเป็นวันที่ผมทราบตัวเลขค่าคอมมิชชั่นของผมแล้ว
เช้าวันศุกร์ที่แสนสดใส ผมเข้าไปที่บริษัทแต่เช้า แล้วก็พบว่าทุกคนในบริษัทกำลังประชุมกันอยู่ในห้องประชุม ทุกคนชักชวนให้ผมเข้าไปประชุมด้วย แต่ผมปฏิเสธ ถ้าประชุมแล้วได้ตังค่อยเรียกผมเถอะ ผมนั่งอยู่หน้าเครื่องแฟกซ์อย่างใจจดใจจ่อ รอว่าเมื่อไหร่เอกสารเปิดออเดอร์จะถูกแฟกซ์มา แล้วถ้าเขาส่งเข้าอีเมลล่ะ นั่นสิ แต่ช่างมันเถอะ ยังไงก็ต้องนั่งรออยู่แล้ว และในที่สุดก็มีเอกสารแฟกซ์มาจนได้ ผมนำเอกสารขึ้นมาดูให้แน่ใจ ใช่แล้ว มันเป็นเอกสารเปิดออเดอร์ซื้อเครื่องจักร ผมหยิบเครื่องคิดเลขมาเพื่อที่จะคำนวนค่าคอมมิชชั่นที่น่าจะได้เป็นเลข 6 หลัก แต่ก็ต้องพบว่าตัวเลขมันน้อยกว่าที่ควรจะได้ ผมเช็คราคาให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วก็พบว่าราคาที่เห็นถูกกว่าที่บริษัททำไปตอนแรกตั้งเกือบครึ่ง อะไรกัน นี่บริษัทไม่ยอมทำตามที่ผมบอก กลับไปลดราคาให้ลูกค้ามากขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย แล้วในที่สุดผมก็เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด นี่เป็นเอกสารที่ลูกค้าแฟกซ์ผิดมา ลูกค้าตัดสินใจซื้อเครื่องกับบริษัทอื่นไปแล้ว แต่ดันแฟกซ์ผิดเบอร์ทำให้เอกสารมาที่บริษัทนี้ ผมนำเอกสารไปวางไว้ที่โต๊ะเจ้าของบริษัท พร้อมทั้งเขียนโน๊ตไว้สั้นๆ “หวังว่าคงจะได้ร่วมงานกันอีก มีโปรเจคไหนปิดยาก กรุณาเรียกผม อ๊อดซุปเปอร์เซลล์“
ผมเดินออกจากออฟฟิศตรงดิ่งไปที่ลานจอดรถ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปิดเครื่อง แล้วรีบขับรถมุ่งตรงสู่จังหวัดเชียงใหม่ในทันที
“ไอ้อ๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

